เทคโนโลยีในการผลิตน้ำมัน จากขยะพลาสติก
(Pyrolysis)
เทคโนโลยีไพโรไลซิส (Pyrolysis Technology)
เป็นเทคโนโลยีการเผาแบบสูญญากาศ ที่อุณหภูมิระหวทาง 200-500 องศาเซลเซียส เพื่อเปลี่ยนวัตถุดิบจากสภาวะ ของแข็ง ให้ระเหิดกลายเป็นไอนํ้ามัน และ ก๊าซสังเคราะห์ต่างๆ และ ทําการควบแน่น ให้กลายไปสู่สถานะของเหลว ซึ่งผลผลิตที่ได้คือ นํ้ามันเตา (Pyrolysis Oil) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ปลอดภัย และ ไม่ก่อมลพิษกับสิ่งแวดล้อม
นํ้ามันเตาดังกล่าวสามารถนําไปใช้ประโยชน์ และ ต่อยอดได้หลากหลาย เนื่องจากมีควาความร้อน (Heating Value) ค่อนข้างสูง จึงสามารถนําไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาในอุตสหกรรมต่างๆ ได้เช่นอุตสาหกรรมแก้ว และ ปูนซีเมนต์ นอกจากนี้นํ้ามันเตาดังกล่าว ยังสามารถนําไปเข้าขบวนการปรับปรุงคุณภาพให้สูงขึ้น เช่น การกลั่น และ ปรับสภาพ ทางเคมี เพื่อปรับปรุงสภาพให้กลายเป็นนํ้ามันดีเซล จะมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับนํ้ามันดีเซล ที่ใช้งานกันในท้องตลาด สามารถใช้งานกับเครื่องยนต์ทั่วไป เช่นเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้า เครื่องจักรการเกษตร รถไถนา ได้เป็นอย่างดี
1. ขั้นตอนแรกเริ่มด้วยการนําวัตถุดิบ เช่น พลาสติก เศษยาง ที่ต้องการ กลั่นเป็นนํ้ามันใส่เข้าในเตาปฏิกรณ์จนเต็ม และ ทําการปิดฝาด้านหน้าให้สนิท
2. เริ่มขั้นตอนการกลั่นนํ้ามันด้วยการให้ความร้อนอย่างช้าๆ โดยตรงกับเตาปฏิกรณ์ ด้วยการเผาจากเชื้อเพลิงภายนอก เช่น ไม้ หรือ แก็ส LPG จ นเตาปฏิกรณ์ ร้อนขึ้นจนถึง 150 องศาเซลเซียส วัตถุดิบจะเริ่มละเหย กลายเป็นไอนํ้ามัน
3. ด้วยระบบการกลั่นที่สมบูรณ์แบบของเรา ไอนํ้ามันดังกล่าว จะถูกดูดไปเข้าสู่ชุดกลั่น เพื่อกลั่นตัวเป็นของเหลวภายใต้ความดันปกติ ไอนํ้ามันบางส่วนที่ไม่สามารถ กลั่นตัวเป็นของเหลวได้ จะถูกดูดไปสู่ระบบเผาไหม้เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาเตาปฏิกรณ์แทนเชื้อเพลิงที่ใช้ในข้อ (2) ทําให้ลดการใช้เชื้อเพลิงภายนอก
4. หลังจากระบบได้ทําการกลั่นจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระบบจะทําการลดอุณหภูมิของเตาปฏิกรณ์ให้เย็นลง ระบบจะทําการกําจัดเศษผง และ ตะกอนที่ตกอยู่ด้านล่าง ออกทิ้ง
5. ในกรณีที่ทําการกลั่นนํ้ามันจากยางรถยนต์ เมื่ออุณหภูมิลดลงตํ่ากว่า 100 องศาเซลเซียส เราสามารถเปิดประตูแล้วทําการนําเอาลวดเหล็กที่เหลือจากการ กลั่นนํ้ามันออกได้ทันที
6. เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทํางานทั้งหมดแล้ว เราสามารถเริ่มทํางานในรอบต่อไปได้ทันที
ระบบกลั่นนํ้ามันดีเซลจากพลาสติกเต็มรูปแบบ
ปัจจุบัน เทคโนโลยีของการแปลงขยะพลาสติกเป็นเชื้อเพลิง ได้ถูกออกแบบและติดตั้งจนประสบความสําเร็จซึ่งสิ่งที่คุณต้องการในการ จัดทําและ ดําเนินการโครงการดังกล่าว คือ ชุดกลั่นนํ้ามันที่สมบูรณ์ด้วยเทคโนโลยี Pyrolysis ล่าสุดเท่านั้น EST เป็นผู้เชี่ยวชาญ และผู้นําเข้าระบบกลั่นนํ้ามัน ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยจากประเทศญี่ปุ่น และ ประเทศจีน โดยปราศจากมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งระบบกลั่นของเราสามารถเปลี่ยนพลาสติก ให้เป็นนํ้ามันดีเซลได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีรายละเอียดพื้นฐานของระบบดังน
1. Pyrolysis Plant ระบบเปลี่ยนพลาสติกเป็นนํ้ามันเตาดิบ
นํ้ามันเตาที่เป็นผลผลิตจากระบบนี้จะสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาให้เกิดความร้อนในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงหลอมแก้ว โรงปูนซีเมนต์ และ อื่นๆ
2. Distillation Plant ระบบกลั่นนํ้ามันเตาดิบเป็นนํ้ามันดีเซล ระบบนี้สามารถจะกลั่นนํ้ามันเตาดิบ ให้มีคุณภาพสูง และ สามารถใช้งานกับ เครื่องยนต์ทั่วไป และ ระบบการกลั่นของเรานี้ ยังสามารถกลั่นนํ้ามันดีเซล จากนํ้ามันเครื่องเก่า นํ้ามันที่ใช้แล้ว และ นํ้ามันประเภทอื่นๆ ได้อีก
ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับระบบแปลงพลาสติก เป็นนํ้ามันดีเซล
A. เผาพลาสติกกลายเป็นไอนํ้ามัน เชื้อเพลิงสําหรับเผาพลาสติกให้กลายเป็นไอนํ้ามัน สามารถให้ได้หลายชนิด เช่น ถ่านหิน ไม้ นํ้ามันเตา แก็ส LPG
B. กลั่นไอนํ้ามันเป็นของเหลว ด้วยระบบชุดควบแน่นนํ้ามันที่ถูกออกแบบมาอย่างดี จนได้นํ้ามันเตาดิบ
C. กลั่นนํ้ามันดีเซล ด้วยการให้ความร้อนนํ้ามันเตาดิบ จนเปลี่ยนสภาพเป็นนํ้ามันดีเซล
สนใจติดต่อ (Call Center)
Tel : 080-5687895
Email : energy9solution@gmail.com
บริการออกแบบติดตั้งเครื่องแปลงขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน ครบวงจร โดยทีมงานมืออาชีพ
พื้นที่บริการ ทั่วประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน(AEC)
1. ภาคเหนือ / 9 จังหวัด
1.จังหวัดเชียงราย
2.จังหวัดเชียงใหม่
3.จังหวัดน่าน
4.จังหวัดพะเยา
5.จังหวัดแพร่
6.จังหวัดแม่ฮ่องสอน
7.จังหวัดลำปาง
8.จังหวัดลำพูน
9.จังหวัดอุตรดิตถ์
---------------------------------------------------------
2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ / 20 จังหวัด
1.จังหวัดกาฬสินธุ์
2.จังหวัดขอนแก่น
3.จังหวัดชัยภูมิ
4.จังหวัดนครพนม
5.จังหวัดนครราชสีมา
6.จังหวัดบึงกาฬ
7.จังหวัดบุรีรัมย์
8.จังหวัดมหาสารคาม
9.จังหวัดมุกดาหาร
10.จังหวัดยโสธร
11.จังหวัดร้อยเอ็ด
12.จังหวัดเลย
13.จังหวัดสกลนคร
14.จังหวัดสุรินทร์
15.จังหวัดศรีสะเกษ
16.จังหวัดหนองคาย
17.จังหวัดหนองบัวลำภู
18.จังหวัดอุดรธานี
19.จังหวัดอุบลราชธานี
20.จังหวัดอำนาจเจริญ
---------------------------------------------------------
3.ภาคกลาง
มี 21 จังหวัด (กรุงเทพมหานครไม่ถือเป็นจังหวัด)
1.จังหวัดกำแพงเพชร
2.จังหวัดชัยนาท
3.จังหวัดนครนายก
4.จังหวัดนครปฐม
5.จังหวัดนครสวรรค์
6.จังหวัดนนทบุรี
7.จังหวัดปทุมธานี
8.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
9.จังหวัดพิจิตร
10.จังหวัดพิษณุโลก
11.จังหวัดเพชรบูรณ์
12.จังหวัดลพบุรี
13.จังหวัดสมุทรปราการ
14.จังหวัดสมุทรสงคราม
15.จังหวัดสมุทรสาคร
16.จังหวัดสิงห์บุรี
17.จังหวัดสุโขทัย
18.จังหวัดสุพรรณบุรี
19.จังหวัดสระบุรี
20.จังหวัดอ่างทอง
21.จังหวัดอุทัยธานี
---------------------------------------------------------
4. ภาคตะวันออก / 7 จังหวัด
1.จังหวัดจันทบุรี
2.จังหวัดฉะเชิงเทรา
3.จังหวัดชลบุรี
4.จังหวัดตราด
5.จังหวัดปราจีนบุรี
6.จังหวัดระยอง
7.จังหวัดสระแก้ว
---------------------------------------------------------
5. ภาคตะวันตก / 5 จังหวัด
1.จังหวัดกาญจนบุรี
2.จังหวัดตาก
3.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
4.จังหวัดเพชรบุรี
5.จังหวัดราชบุรี
---------------------------------------------------------
6. ภาคใต้ / 14 จังหวัด
1.จังหวัดกระบี่
2.จังหวัดชุมพร
3.จังหวัดตรัง
4.จังหวัดนครศรีธรรมราช
5.จังหวัดนราธิวาส
6.จังหวัดปัตตานี
7.จังหวัดพังงา
8.จังหวัดพัทลุง
9.จังหวัดภูเก็ต
10.จังหวัดระนอง
11.จังหวัดสตูล
12.จังหวัดสงขลา
13.จังหวัดสุราษฎร์ธานี
14.จังหวัดยะลา
1.จังหวัดเชียงราย
2.จังหวัดเชียงใหม่
3.จังหวัดน่าน
4.จังหวัดพะเยา
5.จังหวัดแพร่
6.จังหวัดแม่ฮ่องสอน
7.จังหวัดลำปาง
8.จังหวัดลำพูน
9.จังหวัดอุตรดิตถ์
---------------------------------------------------------
2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ / 20 จังหวัด
1.จังหวัดกาฬสินธุ์
2.จังหวัดขอนแก่น
3.จังหวัดชัยภูมิ
4.จังหวัดนครพนม
5.จังหวัดนครราชสีมา
6.จังหวัดบึงกาฬ
7.จังหวัดบุรีรัมย์
8.จังหวัดมหาสารคาม
9.จังหวัดมุกดาหาร
10.จังหวัดยโสธร
11.จังหวัดร้อยเอ็ด
12.จังหวัดเลย
13.จังหวัดสกลนคร
14.จังหวัดสุรินทร์
15.จังหวัดศรีสะเกษ
16.จังหวัดหนองคาย
17.จังหวัดหนองบัวลำภู
18.จังหวัดอุดรธานี
19.จังหวัดอุบลราชธานี
20.จังหวัดอำนาจเจริญ
---------------------------------------------------------
3.ภาคกลาง
มี 21 จังหวัด (กรุงเทพมหานครไม่ถือเป็นจังหวัด)
1.จังหวัดกำแพงเพชร
2.จังหวัดชัยนาท
3.จังหวัดนครนายก
4.จังหวัดนครปฐม
5.จังหวัดนครสวรรค์
6.จังหวัดนนทบุรี
7.จังหวัดปทุมธานี
8.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
9.จังหวัดพิจิตร
10.จังหวัดพิษณุโลก
11.จังหวัดเพชรบูรณ์
12.จังหวัดลพบุรี
13.จังหวัดสมุทรปราการ
14.จังหวัดสมุทรสงคราม
15.จังหวัดสมุทรสาคร
16.จังหวัดสิงห์บุรี
17.จังหวัดสุโขทัย
18.จังหวัดสุพรรณบุรี
19.จังหวัดสระบุรี
20.จังหวัดอ่างทอง
21.จังหวัดอุทัยธานี
---------------------------------------------------------
4. ภาคตะวันออก / 7 จังหวัด
1.จังหวัดจันทบุรี
2.จังหวัดฉะเชิงเทรา
3.จังหวัดชลบุรี
4.จังหวัดตราด
5.จังหวัดปราจีนบุรี
6.จังหวัดระยอง
7.จังหวัดสระแก้ว
---------------------------------------------------------
5. ภาคตะวันตก / 5 จังหวัด
1.จังหวัดกาญจนบุรี
2.จังหวัดตาก
3.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
4.จังหวัดเพชรบุรี
5.จังหวัดราชบุรี
---------------------------------------------------------
6. ภาคใต้ / 14 จังหวัด
1.จังหวัดกระบี่
2.จังหวัดชุมพร
3.จังหวัดตรัง
4.จังหวัดนครศรีธรรมราช
5.จังหวัดนราธิวาส
6.จังหวัดปัตตานี
7.จังหวัดพังงา
8.จังหวัดพัทลุง
9.จังหวัดภูเก็ต
10.จังหวัดระนอง
11.จังหวัดสตูล
12.จังหวัดสงขลา
13.จังหวัดสุราษฎร์ธานี
14.จังหวัดยะลา




ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น